วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558

ไปเที่ยวสวนสัตว์เปิดเขาเขียวกันดีกว่า ชุด 1





























































ริวิว สะพานภูมิพล (Bhumibol Bridge)

               This is my home.สะพานภูมิพล (อังกฤษ: Bhumibol Bridge) หรือ สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาสำหรับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม เชื่อมระหว่างถนนพระรามที่ 3 ถนนปู่เจ้าสมิงพราย และถนนสุขสวัสดิ์ ลักษณะเป็นสะพานขึงขนาด 7 ช่องการจราจร ทางด้านเหนือหรือ "สะพานภูมิพล 1" เชื่อมระหว่างแขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร กับตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ทางด้านใต้หรือ "สะพานภูมิพล 2" เชื่อมระหว่างตำบลทรงคนองกับตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2549 แต่ก่อนหน้านั้นได้เปิดใช้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2549
      

          สะพานภูมิพล 1 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านเหนือ เชื่อมระหว่างแขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร กับตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นสะพานขึงเคเบิลคู่ขนาดกว้าง 7 ช่องจราจร ที่ประกอบด้วยเสาสูง จำนวน 2 ต้น ความยาวสะพานช่วงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 326 เมตร เป็นโครงสร้างประกอบระหว่างคอนกรีต และเหล็ก และความยาวตัวสะพานในช่วงด้านหลัง 128 เมตร เป็นโครงสร้างแบบคอนกรีตอัดแรง ความสูงจากระดับน้ำสูงสุดที่กึ่งกลางสะพานประมาณ 50 เมตร เพื่อให้เรือบรรทุกหรือขนส่งสินค้าสามารถแล่นลอดได้



         สะพานภูมิพล 2 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านใต้ เชื่อมระหว่างตำบลทรงคนองกับตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นสะพานขึงเคเบิลคู่ขนาดกว้าง 7 ช่องจราจร ที่ประกอบด้วยเสาสูง จำนวน 2 ต้น ความยาวสะพาน ช่วงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 398 เมตร เป็นโครงสร้างประกอบระหว่างคอนกรีตและเหล็ก และความยาวตัวสะพานในช่วงด้านหลัง 152 เมตร เป็นโครงสร้างแบบคอนกรีตอัดแรง ความสูงจากระดับน้ำสูงสุดที่กึ่งกลางสะพานประมาณ 50 เมตร เพื่อให้เรือบรรทุกหรือขนส่งสินค้าจากปากแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถลอดได้เพื่อเข้าสู่ท่าเรือคลองเตย





    ช่วงตะวันตก เป็นทางยกระดับข้ามถนนพระราชวิริยาภรณ์ และเป็นทางระดับพื้นราบ ก่อนจะเป็นทางยกระดับอีกครั้งเมื่อบรรจบกับถนนสุขสวัสดิ โดยแยกเส้นทางออกไปจากช่วงที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา



             ภายในใต้สะพานยังเป็นสวนสุขภาพ มีความรมรื่นอีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ โครงการพระราชดำริ ของตัวสะพานให้ศึกษาอีกด้วย




 เจอเจ้าหมาน้อยนอนหลับสบายเลย  ขอสักภาพ









มาดูตัวสะพานยามค่ำคืนกันบ้างสวยงาม ตระการตาด้วยแสงไฟ ความเงียบสงบริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเลยที่เดียว















ปิดท้ายด้วยภาพแสงไฟสวยๆ นับว่าผมโชคดีมากที่ได้อยู่ที่นี่โตที่นี้ กลางใจเมืองที่ยังอบอุ่นด้วยธรรมชาติ

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558

ริวิว วัดถ้ำผาแด่น จ.สกลนคร

วันนี้ตื่นเช้าที่นครพนมเตรียมตัวไป ทำงานช่วงบ่าย แต่ในใจยังจดจ่อกับทิปถ่ายรูปวันนี้ ที่วัดถ้ำผาแด่น จ.สกลนคร หลังจากพยายามหาข้อมูลมาทั้งคืน แต่ใน googel ข้อมูลยังค่อนข้างน้อย เลยต้องอาศัย GPS. อีกแล้ว แต่ก็เอาว่ะตั้งใจไว้แล้ว หลั้งจากทำงานเสดก็รีบดิ่งตรงไปที่สกลนคร..


             มาถึงเมือง สกลนคร แต่ต้องเลยไปทางกาฬสินธุ์อีก 26 Km. ตอนนี้เวลา 16.30น. มีเวลาต้องแข่งกับพระอาทิตย์ตกดิน หากมืดเกินไปจะไม่ได้ภาพสวยๆ เพราะเราไม่มีแฟลชแยกมา ต้องทำเวลาอีกทั้งไม่ชำนาญพื้นที่ คงต้องเผื่อเวลาสักหน่อย
             ตลอดเวลาที่ขับรถไป แข่งกับพระอาทิตย์ตลอดเห็นภาพสวยๆตลอดแต่ ไม่มีเวลาลงไปเก็บภาพเลยเสียดาย 


       และแล้วก็มาถึง จุดหมาย าถึงนี่บอกเลยว่า หายเหนื่อย สวยมากแต่ก็ไม่ทันพระอาทิตย์ท่านไม่รอ ลับขอบฟ้าไปสะก่อน คงพึ่งได้แต่ช่วงฟ้า   *ฟ้า Twiligh คือช่วงเวลา ก่อน พระอาทิตย์ขึ้น 30 นาที และ หลัง พระอาทิตย์ตก 30 นาที ที่ท้องฟ้าจะมีสีที่สะท้อนขอบฟ้า เป็นสี ฟ้า กับส้ม หากเป็นช่วงเวลาฟ้าเปิด ตัดกับเมฆนิดหน่อยจะสวยมาก



        แต่ช่วงฤดูนี้ เป็นช่วงที่ฝั่งอีสาน จะมีการเผาไร่เพื่อเตรียมปลูกข้าว อีกทั้งยังมีมรสุม บ้างทำให้เมฆมีพอสมควร ฟ้าTwiligh จึงไม่สวยเท่าที่ควรเสียดาย ปัจจัยภายนอกไม่อำนวยเท่าไหร่

  
            จุดแรกเป็นจุด ฐานของพระธาตุ ที่เป็นหินทราย สลักเป็นรูปเกจิ พระดังๆไว้ ผมว่าทำไว้อย่างลงตัวสวย ดูมีความขลัง เสริมองค์พระธาตุเป็นอย่างดี
 

      
                 มาถึงก็ต้องมาไหว์องค์พระธาตุก่อน มาถึงที่จะมาถ่ายอย่างเดียวไม่ขออนุญาติ เกรงว่าจะไม่เหมาะ

                ที่วัดถ้ำผาแด่น ตั้งอยู่บนภูเขาสูง ตลอดเวลาที่ขับรถเข้ามาใช้เวลาพอสมควร มีรถยังลำบาก แต่เชื่อไหม พระตอนเช้าต้องเดิน บิณฑบาต เกือบ 8 กิโลเมตร ลงเขาไปที่หมู่บ้าน ตัววัดเองวันนึงจะ ปั่นไฟใช้วันละ 2 ชม.วันไหนไม่มีกิจก็ไม่มีการปั่นไฟ

       

             กุฏิพระ จะอยู่บนเขา จะไมอยู่บริเวณ พระธาตุ ได้สมถาม น้องผู้ชายที่มานุ่งขาว เพื่อรอบวชเป็นเณรแล้วผมเลื่อมใสกับสถานที่ และพระที่นี่มาก



               ถึงตรงนี้ค่อนข้างเสียดาย กับเวลาที่จำกัด เสียดายหลายรูปที่ไม่ได้ถ่าย บอกกับตัวเองเลยว่าผมจะกลับมาอีก มาในช่วงที่อะไรมันดีกว่านี้ ทั้งท้องฟ้าเวลา

               

               ทำงานมามีช่วงนี้จะเข้าใจธรรมชาติมากที่สุด ได้เจออะไรที่เรามองข้าม ได้รู้จักคุนค่าของเวลา ของสถานที่ มาทำงานทุกเดือนก็จะทำกิจกรรม ซ้ำๆกับที่ซ้ำๆ ทั้งๆที่ยังสิ่งที่สวยงามอยู่เกือบทุกที่



                มาถึงที่บริเวณ ศาลายาใจ  จิงๆแล้วศาลามืดพอสมควร ผมต้องใช้ขาตั้งกล้อง  แล้วสปีดชัตเตอร์ช้าๆ เพื่อจะได้ภาพที่สว่างเพื่อเห็นรายละเอียดของสถานที่



            เริ่มมืดมากแล้ว ทุกอย่างเงียบสงบไม่ได้ยินเสียงแม้แต่แสงไฟ ใจมันเริ่มหวิวๆ  แต่มันทำให้ใจสงบ ได้คิดทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา ในชีวิต


       


สุดท้ายแล้วอยากจะบอกว่า ขอบคุณ Nikon ที่ทำให้เราหาโอกาสไปพบมุมดีๆบนโลกใบนี้ รูปที่ถ่ายมาไม่ได้สวย  ไม่ได้องค์ประกอบ เหมือนมือโปรหลายๆคน แต่จุดมุงหมายที่ผมถ่ายรูปคือ  อยากให้ทุกคนได้เห็น สิ่งที่ผมเห็น ...

 สถานที่ต่อไป บอกได้เลยว่า เป็นไฮไลท์ของทิปเดินทางเลย สวยมหัศจรรย์ แห่งอิสาน วัดภูทอก บึงกาฬ